
หลังจากที่ทราบความหมายและวัตถุประสงค์ของ SEO แล้ว แน่นอนว่ามีวิธีเพิ่มประสิทธิภาพ SEO อีกด้วย หนึ่งในนั้นคือการทำความเข้าใจ On Page และ Off Page SEO การใช้วิธีนี้จะช่วยเพิ่มการมองเห็นเว็บไซต์ของคุณ สิ่งที่สำคัญไม่น้อยคือควรทำทั้ง On Page SEO และ Off Page SEO เพราะถ้ามีเพียงอันเดียว แน่นอนว่าผลลัพธ์จะไม่ดีที่สุดในเครื่องมือค้นหา
ก่อนจะเข้าประเด็นต้องเข้าใจความหมายก่อน On Page SEO เป็นความพยายามในการเพิ่มประสิทธิภาพเนื้อหาบนหน้าเว็บไซต์ (ภายใน) ในขณะที่ Off Page SEO เป็นสิ่งที่ตรงกันข้าม กล่าวคือ การเพิ่มประสิทธิภาพหน้าเว็บไซต์ภายนอก (ภายนอก)
ต่อไปนี้เป็นคำอธิบายหลายประการเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่าง On Page SEO และ Off Page SEO ที่เจ้าของเว็บไซต์จำเป็นต้องทราบ ได้แก่:
1. คำอธิบายเมตา
Meta description เป็นการสรุปเนื้อหาบนเว็บไซต์เพื่อประโยชน์ของผู้ใช้และเครื่องมือค้นหา คำอธิบาย Meta ไม่ต่างจากผู้เชี่ยวชาญ SEO อีกต่อไป เพราะมันสำคัญมากต่อความสำเร็จของ SEO และสามารถพาเว็บไซต์ของคุณไปอยู่หน้าแรกของเครื่องมือค้นหาได้
2. ชื่อ URL
URL หรือ Uniform Resource Locator คือที่อยู่ที่นำคุณไปยังเว็บไซต์ เพื่อสร้างชื่อ URL ที่ดี ขอแนะนำให้เขียนคำหลักที่ผู้เยี่ยมชมกำลังมองหา ด้วยเหตุนี้ ชื่อ URL จะอ่านง่ายและจะเพิ่มการเข้าชมเว็บไซต์ของคุณ
3. รูปภาพ
ยิ่งเนื้อหาบนหน้าเว็บไซต์สมบูรณ์และชัดเจนมากเท่าไรก็ยิ่งดึงดูดความสนใจของผู้อ่านได้มากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเพิ่มรูปภาพเป็นการแสดงภาพบนเพจ
4. ความเร็วไซต์
ความเร็วไซต์ทำหน้าที่เพิ่มความเร็วในการเปิดเว็บไซต์จริงๆ ผู้เยี่ยมชมจะให้ความสนใจกับความเร็วของเว็บไซต์ทุกครั้งที่ต้องการทราบเนื้อหาของเว็บไซต์ ผู้เยี่ยมชมยังหลีกเลี่ยงการใช้เวลานานในการโหลดเว็บไซต์ซึ่งจะส่งผลต่อเครื่องมือค้นหาด้วย
5. ลิงค์ภายใน
ลิงก์ภายในมีจุดมุ่งหมายเพื่อเชื่อมต่อเนื้อหาหนึ่งกับเนื้อหาอื่นบนเว็บไซต์เดียว ด้วยวิธีนี้ เสิร์ชเอ็นจิ้นสามารถเข้าใจโครงสร้างเว็บไซต์ของเว็บไซต์ได้ดีขึ้น และนำเสนอเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้
สำหรับ Off Page SEO มีหลายสิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือ:
1. ลิงค์ย้อนกลับ
ลิงค์ย้อนกลับคือลิงค์ที่อ้างอิงหรือนำไปสู่เว็บไซต์อื่น (ลิงค์ภายนอก) ผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO ยอมรับว่าลิงก์ย้อนกลับมีประโยชน์มากในการเพิ่มประสิทธิภาพเว็บไซต์ให้อยู่ในอันดับสูงในเครื่องมือค้นหา
2. Google My Business
ด้วย Google My Business เจ้าของธุรกิจควรลงทะเบียนเพื่อให้ Google รู้จักการมีอยู่ของธุรกิจของตน ด้วยการรวมข้อมูลติดต่อ ที่อยู่ และบทวิจารณ์ของลูกค้า ธุรกิจของเราจะปรากฏในรายการ GMB เมื่อผู้ใช้ค้นหาคำหลักที่มีสถานที่ตั้งเฉพาะเจาะจงอยู่ในนั้น
แล้วธุรกิจของคุณล่ะ คุณได้เพิ่มประสิทธิภาพด้วยเทคนิค SEO แล้วหรือยัง?


